LinkFacebookInstagramLink

TOEFL iBT


TOEFL iBT คืออะไร

TOEFL iBT คือ ข้อสอบภาษาอังกฤษตามแบบมาตรฐานของอเมริกันที่จัดสอบโดย ETS ข้อสอบจะมีทั้งหมด 4 พาร์ท คือ พาร์ทการฟัง (TOEFL Listening) การอ่าน (TOEFL Reading) การเขียน (TOEFL Writing) และการพูด (TOEFL Speaking) มีคะแนนเต็ม 120 คะแนน เป็นการทำข้อสอบแบบคอมพิวเตอร์ที่ศูนย์สอบ ผลคะแนนมีอายุ 2 ปี ตารางสอบมีเปิดให้สมัครทุกเดือน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคะแนนสอบ TOEFL iBT มักใช้ยื่นเพื่อการเรียนต่อทั้งในและต่างประเทศ

TOEFL iBT Home Edition คืออะไร

TOEFL iBT Home Edition คือ การสอบ TOEFL iBT ได้ที่บ้านโดยไม่ต้องเดินทางไปสนามสอบ ซึ่งรายละเอียดการสอบ แนวข้อสอบต่าง ๆ ก็จะเหมือนกัน ต่างกันเพียงแค่สามารถนั่งทำข้อสอบที่บ้านได้เลยและอาจมีรอบสอบที่ถี่กว่า โดยการสอบ TOEFL iBT Home Edition ผู้สอบจะต้องติดตั้ง ETS® Test Browser ลงคอมพิวเตอร์ และจะมีเจ้าหน้าที่คุมสอบคอยมอนิเตอร์เราตลอดผ่านระบบออนไลน์เพื่อป้องกันการทุจริต อีกทั้งยังมีการตรวจสอบอุปกรณ์การสอบและสภาพแวดล้อมอย่างละเอียดด้วย

TOEFL iBT สอบอะไรบ้าง

ข้อสอบจะมีทั้งหมด 4 พาร์ท คือ พาร์ทการฟัง (Listening) การอ่าน (Reading) การเขียน (Writing) และการพูด (Speaking) โดยแต่ละพาร์ทจะมีการออกสอบ ดังนี้ การฟัง (Listening) มีคำถามทั้งหมด 28-39 ข้อ ให้เวลาทำข้อสอบ 41-57 นาที ลักษณะข้อสอบจะให้ฟังเสียงเลคเชอร์ การอภิปราย บทสนทนา หรือการถามตอบในห้องเรียน การอ่าน (Reading) มีคำถามทั้งหมด 30-40 ข้อ ให้เวลาทำข้อสอบ 54-72 นาที ลักษณะข้อสอบเป็นการอ่านบทความเชิงวิชาการประมาณ 3-4 บทความ การเขียน (Writing) มีคำถามทั้งหมด 2 ข้อ ให้เวลาทำข้อสอบ 50 นาที ลักษณะข้อสอบจะเป็นการให้เขียน Essay เกี่ยวกับสิ่งที่ข้อสอบให้อ่านและให้ฟัง การพูด (Speaking) มีคำถามทั้งหมด 4 ข้อ ให้เวลาทำข้อสอบ 17 นาที ลักษณะข้อสอบจะให้เราพูดแสดงความคิดเห็นในหัวข้อที่ใกล้ตัว รวมไปถึงการที่ข้อสอบจะให้อ่านบทความและให้ฟังบางอย่างก่อน จากนั้นจึงตอบคำถามด้วยการพูดเกี่ยวกับข้อมูลที่ได้รับมาจากการอ่านและการฟัง

TOEFL iBT คะแนนเต็มเท่าไหร่ รู้ผลกี่วันหลังสอบ

คะแนนเต็มของ TOEFL iBT คือ 120 คะแนน โดยเป็นคะแนนที่รวบรวมมาจากคะแนนทั้ง 4 พาร์ท ได้แก่ พาร์ทการฟัง (Listening) 30 คะแนน พาร์ทการอ่าน (Reading) 30 คะแนน พาร์ทการเขียน (Writing) 30 คะแนน และพาร์ทการพูด (Speaking) 30 คะแนน ซึ่งเราจะทราบผลคะแนนประมาณ 6 วันหลังสอบ

วิธีการสมัครสอบ TOEFL iBT

TOEFL iBT สมัครสอบได้ที่เว็บไซต์ของ ETS โดยตรง ซึ่งมีขั้นตอน ดังนี้

> เข้าเว็บไซต์ https://www.ets.org/toefl จากนั้นคลิกที่ “ETS Account”

> หากมีแอคเคาน์อยู่แล้ว ให้กรอก Username และ Password เพื่อเข้าสู่ระบบได้เลย แต่หากยังไม่มีให้คลิกที่ “Create an Account”

> จากนั้นกรอกข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ เพื่อสร้างแอคเคาน์สำหรับสมัครสอบ แล้วทำการ Log in เข้าสู่ระบบ

เลือกประเภทการสอบ โดยให้เลือก “Test Center” หากต้องการสอบที่สนามสอบ หรือเลือก “Home Edition”

หากต้องการสอบ TOEFL iBT ที่บ้าน จากนั้นให้เลือกวัน เวลาที่ และสนามสอบ

> กรอกข้อมูลเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย จนเข้าสู่ขั้นตอนการชำระเงิน ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย

TOEFL iBT สอบที่ไหน

หากเลือกสมัครสอบ TOEFL iBT Home Edition จะสามารถสอบที่บ้านได้เลย แต่หากเลือกสอบแบบเดินทางไปที่ศูนย์สอบ ก็จะมีสนามสอบให้เราเลือกทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ขึ้นอยู่กับว่าในรอบที่เปิดสอบนั้นทางระบบจะเปิดสนามสอบให้เราเลือกที่ไหนได้บ้าง ซึ่งเราสามารถเข้าไปดูสนามสอบคร่าว ๆ ก่อนที่จะสมัครสอบจริงได้ที่เว็บไซต์ของ ETS ได้เช่นเดิม

TOEFL iBT ค่าสอบเท่าไหร่

TOEFL iBT จะกำหนดค่าสมัครสอบแตกต่างกันไปในแต่ละโซนที่ตั้งของประเทศ ซึ่งจะต่างกันไม่เยอะมากนัก โดยสำหรับศูนย์สอบที่ประเทศไทยจะมีค่าสมัครสอบอยู่ที่ $195

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง TOEFL iBT กับ TOEFL ITP

ข้อสอบ TOEFL iBT กับ ITP เป็นข้อสอบเชิงวิชาการเหมือนกัน สามารถใช้ยื่นเพื่อการเรียนต่อได้ทั้งคู่ แต่ TOEFL iBT จะเป็นข้อสอบมาตรฐานระดับสากล สามารถใช้ยื่นได้หลายร้อยประเทศทั่วโลก จึงได้รับความนิยมมากกว่า อีกทั้งยังเป็นข้อสอบที่วัดความสามารถภาษาอังกฤษได้อย่างรอบด้านมากกว่าด้วย เพราะสอบครบทั้งการฟัง พูด อ่าน และเขียน ในขณะที่ TOEFL ITP จะสอบเพียงการฟัง การอ่าน และไวยกรณ์ต่าง ๆ โดยที่ข้อสอบเป็นแบบเลือกตอบทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม TOEFL ITP ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ไม่ถนัดการเขียนและการพูด ซึ่งก่อนจะเลือกสอบแบบใด แนะนำให้ตรวจสอบกับที่ที่เราจะยื่นก่อนว่า สามารถใช้คะแนนจากการสอบแบบใดได้บ้าง

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง TOEFL iBT กับ IELTS

หากเปรียบเทียบกับ IELTS Academic ต่างก็เป็นข้อสอบเชิงวิชาการที่เหมาะสำหรับใช้ยื่นเรียนต่อทั้งคู่ เป็นข้อสอบมาตรฐานระดับสากล ได้รับความนิยมทั่วโลกไม่ต่างกัน นอกจากนี้ เนื้อหาการสอบก็ยังครอบคลุมทุกทักษะเหมือนกันอีกด้วย คือมีทั้งการฟัง การอ่าน การเขียน และการพูด จะต่างกันเพียงหากเป็น IELTS จะสอบพูดกับคนที่เป็นเจ้าของภาษา แต่สำหรับ TOEFL iBT จะเป็นการสอบพูดกับคอมพิวเตอร์ อีกทั้ง IELTS จะให้เลือกได้ว่าอยากสอบแบบกระดาษหรือแบบคอมพิวเตอร์ (พาร์ทการพูดยังสอบกับคนเหมือนเดิม) ส่วน TOEFL iBT แม้จะจำกัดเฉพาะการสอบแบบคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ก็สามารถให้เลือกได้ว่าอยากสอบที่ศูนย์สอบหรือต้องการสอบที่บ้าน ส่วนรายละเอียดลักษณะคำถามก็อาจจะมีต่างกันบ้าง เช่น จำนวนคำที่เขียนไม่เท่ากัน ลักษณะของโจทย์ซับซ้อนต่างกัน

เรียน TOEFL รับรองผล

เตรียมสอบ TOEFL ด้วยคอร์สเรียนรับรองผล ที่เนื้อหาในคอร์สครอบคลุมทั้งการปรับพื้นฐาน และการตะลุยโจทย์แนวข้อสอบ TOEFL นอกจากนี้ยังมีเทคนิคการทำข้อสอบให้อีกด้วย หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการสอบเพื่อยื่นสมัครเรียนหรือสมัครงาน แต่ยังไม่มั่นใจพื้นฐานภาษาอังกฤษ ยังไม่เคยมีประสบการณ์สอบ คอร์สเรียน TOEFL รับรองผล จะช่วยให้คุณลงสนามสอบได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น มาเริ่มเตรียมตัวสอบ และรู้เทคนิคดี ๆ

ขั้นตอนการสมัครเรียน 3 ช่องทาง
-
คลิก กรอกรายละเอียด ตาม Form ด้านล่าง ทางทีม Chulatew จะแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมให้ทราบทาง Line หรือ โทรศัพท์ (คลิก ICON ด้านล่าง เพื่อกรอกรายละเอียดค่ะ)

- รบกวน คลิก Add Line ID : Chulatew แจ้งรายละเอียดที่ต้องการเรียน หรือทักมาสอบถามมาคุยกันได้นะคะ (คลิก ICON ด้านล่าง Add Line ค่ะ)

- ผ่านทาง Facebook Fanpage, Instagram แจ้งรายละเอียดที่ต้องการเรียน หรือทักมาสอบถามมาคุยกันได้นะคะ (คลิก ICON ด้านล่างได้เลยค่ะ)

> ติวเตอร์มีประสบการณ์สอน สอนพิเศษตัวต่อตัว มายาวนาน ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติมาเป็นอย่างดี

> มีเทคนิคเฉพาะตัว ช่วยให้การเรียนตัวต่อตัวเข้าใจง่าย สามารถพลิกเเพลง ได้ทุกเเนว

> ติวเตอร์เป็นกันเอง ทำให้การเรียน การสอน กลายเป็นเรื่องสนุก ไม่น่าเบื่อ เข้าใจง่าย เเละรู้จริง สามารถปรับเข้ากับสไตล์การเรียนของผู้เรียน เช่น ตะลุยข้อสอบ ปรับพื้นฐาน

> หากเรียนกับติวเตอร์ เเล้วไม่ถูกใจ ทีมจุฬาติว สามารถเปลี่ยนติวเตอร์ได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่าย ฟรี!!

ติอต่อเรา